เผยแพร่เมื่อ 11 กันยายน 2569 · ทีมงานโซนิค เรสซิเดนซ์

เช่าคอนโดในกรุงเทพฯ ต้องเตรียมเอกสารหลัก 3 อย่าง คือ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และหลักฐานรายได้ ส่วนเงินก้อนแรกที่ต้องเตรียมคือเงินประกัน 2 เดือน บวกค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน รวมเท่ากับค่าเช่าประมาณ 3 เดือน ตัวอย่างเช่น ห้องค่าเช่า 15,000 บาท ซึ่งเป็นค่ากลางของห้องให้เช่าใน Sonic Residence เงินก้อนแรกจะอยู่ที่ประมาณ 45,000 บาท บทความนี้สรุปให้ครบทั้งเอกสาร เงินที่ต้องเตรียม ขั้นตอนตั้งแต่ดูห้องจนถึงวันรับกุญแจ และจุดที่ต้องอ่านในสัญญาก่อนเซ็น
เอกสารผู้เช่าคอนโดสำหรับคนไทยที่เป็นพนักงานประจำ มี 3 อย่างหลักที่เจ้าของห้องหรือนายหน้าจะขอแทบทุกครั้ง ได้แก่
เอกสารที่เจ้าของบางรายขอเพิ่ม ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละห้องและแต่ละโครงการ
เตรียมสำเนาแต่ละอย่างไว้ 2 ชุด และเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องให้เรียบร้อยก่อนวันนัด ห้องทำเลดีในช่วงราคา 12,000–20,000 บาท มักมีผู้สนใจหลายราย ผู้ที่เอกสารพร้อมก่อนมักได้ห้องก่อน
ผู้เช่าที่ไม่มีสลิปเงินเดือนสามารถใช้เอกสารอื่นแทนหลักฐานรายได้ได้ เช่น Statement บัญชีธนาคารย้อนหลัง 3–6 เดือน หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท หรือเอกสารแสดงรายได้อื่นที่ตรวจสอบได้ สิ่งที่เจ้าของห้องต้องการรู้คือความสามารถในการจ่ายค่าเช่าอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่รูปแบบของเอกสาร ดังนั้นการเตรียม Statement ที่เห็นรายรับเข้าสม่ำเสมอมักเพียงพอ
นักศึกษาที่ยังไม่มีรายได้ประจำ โดยทั่วไปใช้เอกสารของผู้ปกครองเป็นผู้ค้ำหรือผู้เช่าร่วม พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครองและหลักฐานรายได้ของผู้ปกครอง บางโครงการอาจขอสำเนาบัตรนักศึกษาเพิ่มเติม หากกำลังหาห้องใกล้มหาวิทยาลัย ดูตัวเลือกได้ที่คอนโดใกล้ ม.มหิดล ศาลายา และคอนโดย่านจุฬา–สามย่าน
เงินก้อนแรกในการเช่าคอนโดตามมาตรฐานตลาดกรุงเทพฯ เท่ากับค่าเช่าประมาณ 3 เดือน แบ่งเป็นเงินประกัน 2 เดือน และค่าเช่าล่วงหน้าเดือนแรกอีก 1 เดือน โดยจ่ายในวันเซ็นสัญญาหรือวันรับกุญแจ
| รายการ | จำนวน | จ่ายเมื่อไหร่ |
|---|---|---|
| เงินประกันความเสียหาย | ค่าเช่า 2 เดือน | วันเซ็นสัญญา |
| ค่าเช่าล่วงหน้าเดือนแรก | ค่าเช่า 1 เดือน | วันเซ็นสัญญา |
| เงินจองห้อง | ตามตกลง (หักเป็นส่วนหนึ่งของเงินก้อนแรก) | วันตกลงจอง |
| ค่าน้ำ–ค่าไฟ | ตามมิเตอร์จริง | รายเดือน หลังเข้าอยู่ |
| ค่าส่วนกลาง | โดยทั่วไปเจ้าของเป็นผู้จ่าย | ตามที่ระบุในสัญญา |
ตัวอย่างการคำนวณ ห้อง 1 ห้องนอน ค่าเช่าเดือนละ 15,000 บาท ซึ่งเป็นค่ากลางของห้องให้เช่าในพอร์ตของเรา เงินก้อนแรกคือ เงินประกัน 30,000 บาท บวกค่าเช่าเดือนแรก 15,000 บาท รวม 45,000 บาท
ค่าส่วนกลางของคอนโดโดยทั่วไปเป็นภาระของเจ้าของห้อง ไม่ใช่ผู้เช่า แต่ต้องระบุให้ชัดในสัญญา ส่วนค่าน้ำและค่าไฟผู้เช่าเป็นผู้จ่ายตามการใช้จริง โดยบางโครงการคิดอัตราของนิติบุคคลซึ่งอาจสูงกว่าอัตราการไฟฟ้า ควรถามอัตราต่อหน่วยก่อนเซ็น
เงินจองคือเงินที่ผู้เช่าวางไว้เพื่อให้เจ้าของหยุดปล่อยห้องให้รายอื่นระหว่างรอเซ็นสัญญา โดยปกติจะถูกนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของเงินประกันหรือค่าเช่าเดือนแรกเมื่อเซ็นสัญญาสำเร็จ แต่หากผู้เช่าเปลี่ยนใจไม่เช่าต่อ เงินจองมักไม่ได้คืน ดังนั้นควรจองเมื่อตัดสินใจแน่นอนแล้วเท่านั้น และขอหลักฐานการรับเงินทุกครั้งพร้อมระบุเงื่อนไขไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
ตามมาตรฐานตลาดกรุงเทพฯ ผู้เช่าไม่ต้องจ่ายค่านายหน้า เพราะผู้ว่าจ้างนายหน้าคือเจ้าของห้อง ค่าคอมมิชชั่นจึงเป็นภาระของฝั่งเจ้าของ โดยทั่วไปคิดเท่ากับค่าเช่า 1 เดือนต่อสัญญาเช่า 12 เดือน และจ่ายเมื่อทำสัญญาเช่าสำเร็จ
หมายความว่าการติดต่อผ่านนายหน้าเพื่อดูห้อง นัดชม หรือให้ช่วยตรวจสอบสัญญา ไม่ควรมีค่าใช้จ่ายฝั่งผู้เช่า หากมีการเรียกเก็บค่าดูห้อง ค่าดำเนินการ หรือค่าจัดทำเอกสารจากผู้เช่า ควรสอบถามเหตุผลและขอหลักฐานให้ชัดเจนก่อนจ่ายทุกครั้ง
ขั้นตอนการเช่าคอนโดตั้งแต่เริ่มหาห้องจนถึงวันเข้าอยู่ มีดังนี้
กำหนดงบและทำเลก่อนเริ่มดูห้อง — ตั้งงบค่าเช่าต่อเดือนและเลือกทำเลจากเส้นทางเดินทางประจำ เช่น ระยะเดินถึงสถานีรถไฟฟ้าที่ใช้ไปทำงาน การล็อกสองอย่างนี้ก่อนช่วยตัดตัวเลือกที่ไม่เหมาะออกได้เร็วขึ้นมาก
เตรียมเอกสารให้พร้อมล่วงหน้า — เตรียมสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และหลักฐานรายได้อย่างละ 2 ชุด เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องไว้ก่อน เพื่อให้ยื่นได้ทันทีเมื่อเจอห้องที่ถูกใจ
นัดชมห้องจริงก่อนตัดสินใจเสมอ — ภาพประกาศไม่ได้บอกทุกอย่าง ควรดูห้องจริงเพื่อตรวจแสง เสียงรบกวน ทิศทางลม และสภาพเฟอร์นิเจอร์ หากอยู่ต่างจังหวัด ขอวิดีโอคอลพาชมแบบเรียลไทม์แทนการดูจากภาพนิ่ง
ตรวจสภาพห้องและจดบันทึกไว้ — ตรวจน้ำ ไฟ แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น และร่องรอยชำรุดเดิม ถ่ายรูปทุกจุดที่เสียหายอยู่ก่อนแล้วเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อไม่ให้ถูกหักเงินประกันในภายหลัง
ตรวจสอบตัวตนเจ้าของห้องก่อนโอนเงิน — ขอดูโฉนดห้องชุดหรือหลักฐานความเป็นเจ้าของ เทียบชื่อกับบัตรประชาชนและชื่อบัญชีที่จะโอนเงินให้ตรงกัน หากเป็นผู้รับมอบอำนาจ ขอดูหนังสือมอบอำนาจด้วย
อ่านสัญญาทุกข้อแล้วจึงเซ็น — ตรวจค่าเช่า ระยะสัญญา เงื่อนไขเงินประกัน การยกเลิกก่อนกำหนด และผู้รับผิดชอบค่าซ่อม อย่าเซ็นในวันที่เพิ่งเห็นสัญญาครั้งแรกหากยังมีข้อไม่ชัดเจน
รับกุญแจและจดเลขมิเตอร์ — ในวันรับห้อง จดเลขมิเตอร์น้ำและไฟพร้อมถ่ายรูปไว้ เก็บสำเนาสัญญาที่เซ็นครบทั้งสองฝ่าย และหลักฐานการจ่ายเงินทุกใบไว้ตลอดอายุสัญญา
อินโฟกราฟิก 7 ขั้นตอนการเช่าคอนโด ตั้งแต่กำหนดงบและทำเล จนถึงวันรับกุญแจและจดเลขมิเตอร์
สัญญาเช่าคือเอกสารที่คุ้มครองทั้งผู้เช่าและเจ้าของ จุดที่ควรอ่านให้ละเอียดก่อนเซ็นมีดังนี้
เงินประกันไม่ใช่ค่าเช่าล่วงหน้า ผู้เช่าไม่ควรใช้เงินประกันแทนค่าเช่าเดือนสุดท้าย เว้นแต่ตกลงกับเจ้าของไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เพราะจะทำให้ไม่เหลือเงินประกันไว้หักค่าเสียหายจริง และมักเป็นต้นเหตุของข้อพิพาทตอนย้ายออก
เงินประกันต้องได้คืนเมื่อสิ้นสุดสัญญา หากห้องไม่มีความเสียหายเกินกว่าการใช้งานตามปกติ วิธีที่ช่วยให้ได้คืนครบคือถ่ายรูปสภาพห้องทุกจุดในวันรับกุญแจ เก็บไว้เทียบกับวันย้ายออก ส่งมอบห้องในสภาพสะอาด และแจ้งย้ายออกล่วงหน้าตามระยะเวลาที่ระบุในสัญญา ทั้งสองฝ่ายควรตรวจห้องพร้อมกันในวันคืนห้องและระบุผลการตรวจเป็นลายลักษณ์อักษร
จุดที่ควรตรวจให้ครบในวันชมห้อง คือระบบที่ซ่อมยากและมีค่าใช้จ่ายสูงหากเสียหลังเข้าอยู่แล้ว ได้แก่ แรงดันน้ำและการระบายน้ำในห้องน้ำ การทำงานของเครื่องปรับอากาศและวันล้างแอร์ครั้งล่าสุด เครื่องทำน้ำอุ่น เต้ารับไฟฟ้าทุกจุด ร่องรอยรั่วซึมบนฝ้าและผนัง รวมถึงสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตภายในห้อง
นอกจากตัวห้องแล้ว ควรสำรวจส่วนกลางและสภาพแวดล้อมด้วย เช่น ความปลอดภัยของทางเข้าออก ระบบคีย์การ์ด ที่จอดรถ เวลาเปิดปิดของฟิตเนสและสระว่ายน้ำ ร้านสะดวกซื้อใกล้เคียง และเส้นทางเดินจริงจากห้องไปยังสถานีรถไฟฟ้าในเวลาเร่งด่วน

ทำเลเป็นตัวแปรที่มีผลต่อค่าเช่ามากที่สุด ห้องขนาดใกล้เคียงกันในย่านใจกลางเมืองกับย่านชานเมืองอาจต่างกันหลายเท่า การเลือกทำเลที่เหมาะจึงควรเริ่มจากเส้นทางเดินทางประจำ แล้วค่อยเทียบช่วงราคาของแต่ละย่าน
ตัวอย่างย่านยอดนิยมสำหรับผู้เช่าห้อง 1 ห้องนอน ที่มีห้องว่างในพอร์ตของเราเป็นประจำ
เมื่อเทียบทำเลแล้ว แนะนำให้ดูห้องจริงอย่างน้อย 3 ห้องก่อนตัดสินใจ เพื่อให้เห็นภาพว่าค่าเช่าระดับเดียวกันในแต่ละย่านให้พื้นที่และสภาพห้องต่างกันอย่างไร
การเช่าคอนโดให้ราบรื่นเริ่มจากสามเรื่องหลัก คือเตรียมเอกสาร 3 อย่างให้พร้อมล่วงหน้า เตรียมเงินก้อนแรกประมาณ 3 เท่าของค่าเช่าต่อเดือน และอ่านสัญญาให้ครบทุกข้อก่อนเซ็น โดยเฉพาะเงื่อนไขเงินประกันและการยกเลิกก่อนกำหนด อย่าลืมถ่ายรูปสภาพห้องและจดเลขมิเตอร์ในวันรับกุญแจ เพราะเป็นหลักฐานสำคัญที่สุดในวันย้ายออก
พร้อมเริ่มหาห้องแล้ว ดูคอนโดให้เช่าทั้งหมดในกรุงเทพฯ ซึ่งระบุค่าเช่า ขนาดห้อง และทำเลไว้ครบทุกรายการ หรือติดต่อทีมงาน Sonic Residenceเพื่อให้ช่วยคัดห้องตามงบและเส้นทางเดินทางของคุณ ผู้เช่าไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ
บริการฝากขาย-ปล่อยเช่า
มีคอนโดอยากฝากขายหรือปล่อยเช่า?
ทีมงานโซนิค เรสซิเดนซ์ ดูแลให้ครบตั้งแต่ประเมินราคา ถ่ายภาพ ทำการตลาด จนถึงวันทำสัญญาเช่าหรือโอนกรรมสิทธิ์ ค่าคอมมิชชั่นจ่ายเมื่อขายหรือปล่อยเช่าสำเร็จเท่านั้น
ติดต่อฝากขาย-ปล่อยเช่าเอกสารหลักของผู้เช่าคนไทยมี 3 อย่าง คือ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และหลักฐานรายได้ เช่น สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 1–3 เดือน หรือ Statement บัญชีธนาคาร เจ้าของบางรายอาจขอเพิ่มเติม เช่น หนังสือรับรองการทำงาน หรือข้อมูลผู้ติดต่อฉุกเฉิน ควรเตรียมสำเนาพร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องไว้ล่วงหน้าอย่างละ 2 ชุด
มาตรฐานตลาดกรุงเทพฯ คือเงินประกัน 2 เดือน บวกค่าเช่าล่วงหน้าอีก 1 เดือน รวมเงินก้อนแรกเท่ากับค่าเช่า 3 เดือน สำหรับสัญญา 1 ปี หากเป็นสัญญาระยะสั้นกว่า 1 ปี เจ้าของบางรายอาจขอเงินประกันมากกว่านั้น เงินประกันต้องได้คืนเมื่อสิ้นสุดสัญญาหากห้องไม่เสียหายเกินการใช้งานปกติ
ตามมาตรฐานตลาดกรุงเทพฯ ผู้เช่าไม่ต้องจ่ายค่านายหน้า เพราะค่าคอมมิชชั่นเป็นภาระของเจ้าของห้องซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนายหน้า โดยทั่วไปคิดเท่ากับค่าเช่า 1 เดือนต่อสัญญา 12 เดือน หากมีผู้เรียกเก็บค่าดูห้องหรือค่าดำเนินการจากผู้เช่า ควรตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนจ่าย
สัญญาเช่าคอนโดส่วนใหญ่มีอายุ 1 ปี ซึ่งเป็นระยะที่เจ้าของและนายหน้าคิดค่าคอมมิชชั่นเป็นฐาน หากย้ายออกก่อนครบกำหนดโดยไม่มีเหตุตามสัญญา เจ้าของมีสิทธิ์ริบเงินประกันตามที่ระบุไว้ จึงควรอ่านข้อกำหนดการยกเลิกก่อนกำหนดและระยะเวลาที่ต้องแจ้งล่วงหน้าให้ชัดเจนก่อนเซ็น
อัปเดตล่าสุด: กันยายน 2569 — ราคาและอัตราค่าธรรมเนียมเป็นข้อมูลโดยประมาณและอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบล่าสุดก่อนทำรายการ
กำลังมองหาคอนโดอยู่ใช่ไหม?
ดูคอนโดทั้งหมด