กลับไปหน้าบทความคู่มือเช่าคอนโด

เช่าคอนโดผ่านนายหน้า ผู้เช่าต้องเสียค่าคอมไหม [2569]

เผยแพร่เมื่อ 11 กันยายน 2569 · ทีมงานโซนิค เรสซิเดนซ์

นายหน้าอสังหาริมทรัพย์พาผู้เช่าเข้าชมห้องคอนโดและอธิบายรายละเอียดห้องก่อนตัดสินใจเช่า

ผู้เช่าไม่ต้องจ่ายค่านายหน้าในการเช่าคอนโด เพราะผู้ว่าจ้างนายหน้าคือเจ้าของห้องที่ต้องการปล่อยเช่า ค่าคอมมิชชั่นมาตรฐานคือค่าเช่า 1 เดือนต่อสัญญาเช่า 12 เดือน และหักจากฝั่งเจ้าของเมื่อทำสัญญาสำเร็จเท่านั้น หมายความว่าผู้เช่าสามารถให้นายหน้าช่วยคัดห้อง พาชม และตรวจสอบสัญญาได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย บทความนี้ Sonic Residence สรุปว่าใครจ่ายอะไร จ่ายตอนไหน และค่าใช้จ่ายแบบไหนที่ผู้เช่าควรตั้งคำถามก่อนโอนเงิน

ใครเป็นคนจ่ายค่านายหน้าเช่าคอนโด

หลักการง่าย ๆ คือ ใครว่าจ้าง คนนั้นจ่าย ในการปล่อยเช่าคอนโด ผู้ที่ว่าจ้างนายหน้าคือเจ้าของห้อง เพราะเจ้าของคือฝ่ายที่ต้องการหาผู้เช่าและได้ประโยชน์จากการปิดสัญญา ค่าคอมมิชชั่นจึงเป็นต้นทุนของเจ้าของในการหาผู้เช่า ไม่ใช่ค่าบริการที่เรียกเก็บจากผู้เช่า

ฝ่ายจ่ายค่านายหน้าไหมหมายเหตุ
ผู้เช่าไม่จ่ายใช้บริการดูห้องและปรึกษาได้ฟรี
เจ้าของห้องจ่ายค่าเช่า 1 เดือน ต่อสัญญา 12 เดือน

เหตุผลที่โครงสร้างนี้เป็นมาตรฐาน เพราะนายหน้าทำงานแทนเจ้าของตั้งแต่ถ่ายภาพห้อง ลงประกาศ คัดกรองผู้สนใจ พาชม ไปจนถึงจัดทำสัญญา งานทั้งหมดนี้เป็นการลดภาระของเจ้าของในการหาผู้เช่าเอง เจ้าของจึงเป็นผู้รับผิดชอบค่าตอบแทน

ค่าคอมมิชชั่นปล่อยเช่าคิดอย่างไร

อัตรามาตรฐานในตลาดกรุงเทพฯ คือค่าเช่า 1 เดือน ต่อสัญญาเช่า 12 เดือน จ่ายครั้งเดียวเมื่อทำสัญญาเช่าสำเร็จ

ระยะสัญญาเช่าค่าคอมมิชชั่นโดยทั่วไป
12 เดือนค่าเช่า 1 เดือน
6 เดือนประมาณครึ่งหนึ่งของค่าเช่า 1 เดือน
ต่ำกว่า 6 เดือนตามตกลง มักคิดตามสัดส่วน

ตัวอย่าง ห้องค่าเช่าเดือนละ 15,000 บาท สัญญา 1 ปี เจ้าของจ่ายค่าคอมมิชชั่น 15,000 บาท ครั้งเดียวเมื่อผู้เช่าเซ็นสัญญาและวางเงินก้อนแรกแล้ว ไม่มีการเก็บรายเดือนตลอดอายุสัญญา

กรณีต่อสัญญากับผู้เช่ารายเดิม เจ้าของบางรายตกลงจ่ายค่าต่อสัญญาให้นายหน้าในอัตราที่ลดลง เช่น ครึ่งเดือน ขึ้นอยู่กับข้อตกลงที่ทำไว้ตั้งแต่แรก จุดนี้ควรระบุให้ชัดในสัญญาแต่งตั้งนายหน้าตั้งแต่ต้น ไม่ใช่มาตกลงกันตอนครบกำหนด

ผู้เช่าได้อะไรจากการติดต่อผ่านนายหน้า

เมื่อผู้เช่าไม่ได้จ่ายค่าบริการ คำถามที่ตามมาคือแล้วได้ประโยชน์อะไร คำตอบคือได้ประโยชน์เท่ากับผู้ที่จ่ายเอง เพราะนายหน้าต้องปิดสัญญาให้ได้จึงจะได้ค่าตอบแทน การจับคู่ห้องให้ตรงกับความต้องการของผู้เช่าจึงเป็นประโยชน์ของนายหน้าเอง

  • คัดกรองห้องตามงบและทำเล แทนการไล่ดูประกาศทีละรายการ
  • ตรวจสอบกรรมสิทธิ์และตัวตนเจ้าของ ก่อนนัดชมและก่อนโอนเงิน
  • รู้ข้อมูลที่ไม่อยู่ในประกาศ เช่น อัตราค่าไฟของนิติบุคคล เงื่อนไขสัตว์เลี้ยง หรือห้องที่กำลังจะว่าง
  • ช่วยดูสัญญาก่อนเซ็น โดยเฉพาะข้อเงินประกันและการยกเลิกก่อนกำหนด
  • เป็นตัวกลางเวลามีปัญหา ระหว่างอายุสัญญา เช่น การแจ้งซ่อม
ผู้เช่าเปรียบเทียบตัวเลือกห้องคอนโดหลายห้องจากรายการที่นายหน้าคัดมาให้ตามงบประมาณ

ค่าใช้จ่ายแบบไหนที่ผู้เช่าควรตั้งคำถาม

แม้ค่านายหน้าจะไม่ใช่ภาระของผู้เช่า แต่ในทางปฏิบัติอาจพบการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายบางอย่าง รายการที่ควรสอบถามให้ชัดก่อนจ่าย ได้แก่

  • ค่าดูห้อง หรือค่าพาชม การนัดชมเป็นขั้นตอนปกติของการหาผู้เช่า ไม่มีการเก็บจากผู้เช่าตามมาตรฐานตลาด
  • ค่าจัดทำสัญญา โดยทั่วไปเจ้าของหรือนายหน้าเป็นผู้จัดเตรียมสัญญาให้
  • ค่ามัดจำการจอง ที่ไม่ระบุเงื่อนไขคืน เงินจองต้องมีหลักฐานและระบุชัดว่าหักเข้าเป็นส่วนใดของเงินก้อนแรก
  • ค่าดำเนินการที่เรียกเก็บก่อนเห็นห้องจริง เป็นสัญญาณที่ควรระวังเป็นพิเศษ

ก่อนโอนเงินทุกครั้ง ให้ตรวจว่าชื่อบัญชีปลายทางตรงกับชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโฉนดห้องชุด หรือเป็นบัญชีบริษัทนายหน้าที่ตรวจสอบการจดทะเบียนได้ หากเป็นบัญชีบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับทั้งสองฝ่าย ควรชะลอไว้ก่อนและขอคำอธิบาย

ติดต่อเจ้าของโดยตรงกับผ่านนายหน้า เลือกแบบไหนดี

ทั้งสองทางมีข้อดีต่างกัน และเหมาะกับผู้เช่าคนละแบบ

ประเด็นติดต่อเจ้าของโดยตรงติดต่อผ่านนายหน้า
ค่าใช้จ่ายฝั่งผู้เช่าไม่มีไม่มี
จำนวนห้องที่เลือกได้เฉพาะห้องของเจ้าของรายนั้นหลายห้องหลายโครงการในครั้งเดียว
การตรวจสอบกรรมสิทธิ์ผู้เช่าต้องตรวจเองนายหน้าตรวจให้ก่อนนัดชม
การต่อรองราคาคุยกับผู้มีอำนาจตัดสินใจโดยตรงผ่านตัวกลาง แต่นายหน้ารู้ราคาตลาดในย่านนั้น
เอกสารและสัญญาผู้เช่าต้องอ่านเองทั้งหมดมีผู้ช่วยตรวจและอธิบายให้

ผู้เช่าที่มีเวลาและคุ้นเคยกับการอ่านสัญญาอาจสะดวกกับการติดต่อเจ้าของโดยตรง ส่วนผู้ที่เช่าครั้งแรก ย้ายมาจากต่างจังหวัด หรือต้องหาห้องให้ได้ในเวลาจำกัด มักได้ประโยชน์จากการให้นายหน้าคัดห้องให้มากกว่า เพราะไม่มีต้นทุนเพิ่มอยู่แล้ว

ขั้นตอนติดต่อนายหน้าเพื่อหาห้องเช่า

  1. 1

    บอกงบและทำเลให้ชัดตั้งแต่ครั้งแรกระบุช่วงค่าเช่าที่รับได้ สถานีหรือย่านที่ต้องการ ขนาดห้อง และวันที่ต้องการเข้าอยู่ ยิ่งชัดยิ่งได้รายการห้องที่ตรงความต้องการเร็วขึ้น

  2. 2

    แจ้งเงื่อนไขเฉพาะตัวตั้งแต่ต้นเช่น เลี้ยงสัตว์ ต้องการที่จอดรถ อยู่กันสองคน หรือทำงานที่บ้านและต้องการอินเทอร์เน็ตเสถียร เงื่อนไขเหล่านี้ตัดตัวเลือกที่ไม่เข้าเกณฑ์ออกได้ตั้งแต่แรก

  3. 3

    นัดชมหลายห้องในรอบเดียวขอให้จัดคิวชม 3–5 ห้องในย่านใกล้กันภายในวันเดียว จะเปรียบเทียบได้ชัดกว่าการทยอยดูทีละห้องคนละสัปดาห์

  4. 4

    ขอตรวจสอบกรรมสิทธิ์ก่อนวางเงินขอดูหลักฐานความเป็นเจ้าของห้องและเทียบชื่อกับบัญชีรับเงิน ขั้นตอนนี้ควรทำก่อนวางเงินจองทุกกรณี

  5. 5

    ให้ช่วยอธิบายสัญญาทีละข้อโดยเฉพาะเงื่อนไขเงินประกัน การยกเลิกก่อนกำหนด และผู้รับผิดชอบค่าซ่อม หากมีข้อไหนไม่ชัด ขอให้แก้ไขก่อนเซ็น ไม่ใช่หลังเซ็น

สรุป ผู้เช่าใช้บริการนายหน้าได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ค่านายหน้าในการปล่อยเช่าคอนโดเป็นภาระของเจ้าของห้อง ในอัตรามาตรฐานค่าเช่า 1 เดือนต่อสัญญา 12 เดือน จ่ายเมื่อปิดสัญญาสำเร็จ ผู้เช่าจึงใช้บริการคัดห้อง พาชม และตรวจสัญญาได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หากพบการเรียกเก็บค่าดูห้องหรือค่าดำเนินการจากฝั่งผู้เช่า ควรขอคำอธิบายและหลักฐานก่อนจ่ายทุกครั้ง

อ่านต่อเรื่องค่าใช้จ่ายเช่าคอนโดทั้งหมด และเอกสารที่ต้องเตรียมก่อนเช่า หรือเริ่มดูคอนโดให้เช่าในกรุงเทพฯได้เลย หากต้องการให้ทีมงานช่วยคัดห้องตามงบและเส้นทางเดินทาง ติดต่อทีมงาน Sonic Residenceได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้เช่า

บริการฝากขาย-ปล่อยเช่า

มีคอนโดอยากฝากขายหรือปล่อยเช่า?

ทีมงานโซนิค เรสซิเดนซ์ ดูแลให้ครบตั้งแต่ประเมินราคา ถ่ายภาพ ทำการตลาด จนถึงวันทำสัญญาเช่าหรือโอนกรรมสิทธิ์ ค่าคอมมิชชั่นจ่ายเมื่อขายหรือปล่อยเช่าสำเร็จเท่านั้น

ติดต่อฝากขาย-ปล่อยเช่า

คำถามที่พบบ่อย

เช่าคอนโดผ่านนายหน้า ผู้เช่าต้องจ่ายค่าคอมไหม

ตามมาตรฐานตลาดกรุงเทพฯ ผู้เช่าไม่ต้องจ่ายค่านายหน้า เพราะผู้ว่าจ้างนายหน้าคือเจ้าของห้องที่ต้องการปล่อยเช่า ค่าคอมมิชชั่นจึงหักจากฝั่งเจ้าของเมื่อทำสัญญาเช่าสำเร็จ ผู้เช่าจึงใช้บริการดูห้อง เปรียบเทียบตัวเลือก และให้นายหน้าช่วยตรวจสัญญาได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ค่านายหน้าปล่อยเช่าคอนโดคิดเท่าไหร่

อัตรามาตรฐานคือค่าเช่า 1 เดือน ต่อสัญญาเช่า 12 เดือน จ่ายครั้งเดียวเมื่อผู้เช่าเซ็นสัญญาและเจ้าของได้รับเงินก้อนแรกแล้ว หากสัญญาสั้นกว่า 1 ปี โดยทั่วไปคิดตามสัดส่วน เช่น สัญญา 6 เดือน คิดประมาณครึ่งหนึ่งของค่าเช่า 1 เดือน

ถ้ามีคนขอเก็บค่าดูห้องจากผู้เช่า ควรทำอย่างไร

ควรสอบถามเหตุผลและขอหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนจ่ายทุกครั้ง เพราะการพาชมห้องเป็นขั้นตอนปกติของการหาผู้เช่าซึ่งไม่มีการเรียกเก็บจากผู้เช่าตามมาตรฐานตลาด หากไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน แนะนำให้เปลี่ยนไปติดต่อผ่านช่องทางที่ตรวจสอบตัวตนได้

ติดต่อนายหน้ากับติดต่อเจ้าของโดยตรง ต่างกันอย่างไร

ติดต่อเจ้าของโดยตรงอาจมีพื้นที่ต่อรองราคามากกว่าในบางกรณี แต่ผู้เช่าต้องตรวจสอบตัวตนเจ้าของและร่างสัญญาเอง ส่วนการผ่านนายหน้าช่วยคัดกรองห้องที่ตรงงบ ตรวจสอบกรรมสิทธิ์ และดูแลเอกสารให้ โดยผู้เช่าไม่มีค่าใช้จ่าย จึงเหมาะกับผู้ที่เช่าครั้งแรกหรือไม่มีเวลาตระเวนดูห้อง

อัปเดตล่าสุด: กันยายน 2569ราคาและอัตราค่าธรรมเนียมเป็นข้อมูลโดยประมาณและอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบล่าสุดก่อนทำรายการ

กำลังมองหาคอนโดอยู่ใช่ไหม?

ดูคอนโดทั้งหมด