กลับไปหน้าบทความคู่มือเช่าคอนโด

เช็คลิสต์ตรวจห้องก่อนเซ็นสัญญาเช่าคอนโด 40 จุด [2569]

เผยแพร่เมื่อ 11 กันยายน 2569 · ทีมงานโซนิค เรสซิเดนซ์

ผู้เช่าตรวจสอบเครื่องปรับอากาศและสภาพห้องคอนโดอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญาเช่า

การตรวจห้องก่อนเซ็นสัญญาเช่าคอนโดใช้เวลาเพียง 30–45 นาที แต่เป็นขั้นตอนที่ตัดสินว่าจะได้เงินประกัน 2 เดือนคืนครบหรือไม่ตอนย้ายออก จุดที่ต้องตรวจให้ละเอียดที่สุดคือระบบที่ซ่อมยากและแพง ได้แก่ แอร์ ระบบน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น และร่องรอยรั่วซึม บทความนี้รวมเช็คลิสต์ครบทุกจุดที่ควรดูก่อนเซ็น พร้อมวิธีเก็บหลักฐานที่ใช้ได้จริงในวันคืนห้อง

ทำไมต้องตรวจห้องก่อนเซ็นสัญญา

เหตุผลหลักมีสองข้อ ข้อแรกคือเพื่อรู้ว่าห้องที่จะอยู่จริงมีปัญหาอะไรบ้าง ภาพในประกาศมักถ่ายด้วยเลนส์มุมกว้างในวันที่แสงดีที่สุด ซึ่งต่างจากสภาพจริงพอสมควร

ข้อที่สองสำคัญกว่า คือเพื่อบันทึกสภาพห้อง ณ วันเริ่มสัญญา ตำหนิที่มีอยู่ก่อนแล้วแต่ไม่ได้บันทึกไว้ อาจกลายเป็นเหตุให้ถูกหักเงินประกันตอนย้ายออก เพราะไม่มีหลักฐานยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากผู้เช่า เงินประกัน 2 เดือนของห้องค่าเช่า 15,000 บาทคือ 30,000 บาท ซึ่งคุ้มค่ากับเวลาครึ่งชั่วโมงอย่างมาก

ขอตรวจห้องในเวลากลางวันที่มีแสงธรรมชาติ และเปิดไฟทุกดวงพร้อมกันด้วย การตรวจตอนกลางคืนโดยใช้แสงไฟอย่างเดียวทำให้มองไม่เห็นคราบน้ำบนฝ้า รอยด่างบนผนัง และฝุ่นสะสมในช่องแอร์

เช็คลิสต์ห้องน้ำ จุดที่มีปัญหาบ่อยที่สุด

ห้องน้ำเป็นจุดที่เกิดปัญหาหลังเข้าอยู่มากที่สุด และเป็นจุดที่ซ่อมแล้วกระทบการใช้ชีวิตทันที ควรตรวจให้ครบทุกข้อ

  • เปิดน้ำทั้งฝักบัวและอ่างล้างหน้าพร้อมกัน ดูว่าแรงดันตกหรือไม่
  • ราดน้ำแล้วจับเวลาการระบาย น้ำขังนานเกิน 30 วินาทีคือสัญญาณท่อตัน
  • กดชักโครกหลายครั้งติดกัน ดูว่าน้ำเติมเต็มถังเร็วพอและไม่มีเสียงน้ำไหลตลอด
  • เปิดเครื่องทำน้ำอุ่นทิ้งไว้ 2–3 นาที ตรวจว่าร้อนสม่ำเสมอและไม่มีไฟรั่ว
  • ดมกลิ่นบริเวณท่อระบาย กลิ่นย้อนแปลว่าไม่มีที่ดักกลิ่นหรือชำรุด
  • ตรวจยาแนวและซิลิโคนรอบอ่างและพื้น ว่ามีเชื้อราหรือหลุดร่อนหรือไม่
  • ดูฝ้าเพดานห้องน้ำว่ามีคราบน้ำหรือรอยบวมจากการรั่วของชั้นบนหรือไม่

เช็คลิสต์เครื่องปรับอากาศและระบบไฟฟ้า

แอร์เป็นอุปกรณ์ที่แพงที่สุดในห้องและเป็นต้นเหตุข้อพิพาทบ่อย ควรตรวจอย่างละเอียด

  • เปิดแอร์ทิ้งไว้อย่างน้อย 10 นาที แล้ววัดว่าเย็นจริงหรือแค่มีลมออก
  • ฟังเสียงผิดปกติ เช่น เสียงครืดคราดหรือเสียงสั่นดังจากคอยล์
  • ดูว่ามีน้ำหยดจากตัวเครื่องหรือคราบน้ำบนผนังใต้แอร์หรือไม่
  • ถามวันล้างแอร์ครั้งล่าสุด และใครรับผิดชอบค่าล้างระหว่างสัญญา
  • ตรวจรีโมตว่าใช้งานได้ครบทุกปุ่มและมีถ่านหรือไม่
  • เสียบอุปกรณ์ทดสอบกับเต้ารับทุกจุดในห้อง ไม่ใช่แค่จุดเดียว
  • ตรวจว่าเต้ารับใกล้อ่างล้างหน้าและในห้องน้ำมีระบบตัดไฟหรือไม่
  • เปิดปิดสวิตช์ไฟทุกดวง ดูว่ามีหลอดไหนกะพริบหรือไม่ติด

ถามให้ชัดว่าค่าล้างแอร์ระหว่างอายุสัญญาเป็นภาระของใคร หลายกรณีที่เป็นข้อพิพาทตอนย้ายออกเริ่มจากแอร์ที่ไม่เคยล้างตลอดปี แล้วเจ้าของเรียกเก็บค่าซ่อมจากเงินประกัน การตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ต้นช่วยตัดปัญหานี้ได้

เช็คลิสต์ห้องนอน ห้องนั่งเล่น และเฟอร์นิเจอร์

  • เปิดปิดหน้าต่างและประตูระเบียงทุกบาน ดูว่าฝืดหรือล็อกได้แน่นหรือไม่
  • ตรวจรอยรั่วซึมบริเวณขอบหน้าต่างและมุมผนังติดระเบียง
  • ดูพื้นว่ามีรอยบวม แตก หรือกระเบื้องหลุดร่อนหรือไม่
  • เปิดตู้และลิ้นชักบิลต์อินทุกบาน ดูบานพับและรางเลื่อน
  • ตรวจที่นอนว่ามีคราบหรือยุบตัวหรือไม่ หากเป็นห้อง Fully Furnished
  • ทดสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้มาทุกชิ้น ทั้งตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า ทีวี
  • ตรวจสัญญาณโทรศัพท์และความเร็วอินเทอร์เน็ตในห้องจริง
  • ปิดประตูห้องแล้วฟังเสียงจากทางเดินและห้องข้างเคียง

เช็คลิสต์ตรวจห้องคอนโดแบ่งเป็นหมวดห้องน้ำ แอร์ ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ และส่วนกลาง

จดรายการเฟอร์นิเจอร์แนบท้ายสัญญา

สำหรับห้องที่ให้เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้ามาด้วย ควรมีรายการแนบท้ายสัญญาที่ระบุของทุกชิ้นพร้อมสภาพ ณ วันส่งมอบ เช่น ตู้เย็น 1 เครื่อง สภาพใช้งานได้ปกติ มีรอยขีดข่วนที่ประตูด้านขวา รายการแบบนี้คุ้มครองทั้งสองฝ่าย เพราะเจ้าของรู้ว่าของครบ และผู้เช่าไม่ถูกเรียกเก็บค่าตำหนิที่มีอยู่ก่อน

เช็คลิสต์ส่วนกลางและสภาพแวดล้อม

สิ่งที่อยู่นอกห้องมีผลกับการใช้ชีวิตประจำวันไม่น้อยกว่าตัวห้อง

  • ระบบรักษาความปลอดภัย มีคีย์การ์ดและ รปภ. ตลอด 24 ชั่วโมงหรือไม่
  • กล้องวงจรปิดครอบคลุมลิฟต์ ทางเข้าออก และที่จอดรถหรือไม่
  • จำนวนลิฟต์เทียบกับจำนวนชั้นและห้อง ลองขึ้นลงในช่วงเช้าเพื่อดูเวลารอ
  • ที่จอดรถเพียงพอหรือไม่ และรวมในค่าเช่าแล้วหรือคิดแยก
  • เวลาเปิดปิดฟิตเนสและสระว่ายน้ำ ตรงกับเวลาที่จะใช้จริงหรือไม่
  • จุดทิ้งขยะและความสะอาดของพื้นที่ส่วนกลาง
  • ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร และตลาดที่เดินถึงได้
  • เดินเส้นทางจริงจากห้องไปสถานีรถไฟฟ้าในเวลาที่จะใช้ประจำ

การเดินเส้นทางจริงเป็นข้อที่คนมองข้ามบ่อยที่สุด ระยะ 500 เมตรบนแผนที่อาจหมายถึงการเดินข้ามสะพานลอย เลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยว หรือเดินเลียบถนนที่ไม่มีทางเท้า ซึ่งให้ประสบการณ์ต่างกันมากโดยเฉพาะตอนกลางคืนหรือหน้าฝน

วันรับกุญแจ ต้องทำอะไรบ้าง

  1. 1

    ถ่ายรูปห้องว่างทุกมุมก่อนขนของเข้าถ่ายให้เห็นทั้งภาพรวมของแต่ละห้องและภาพระยะใกล้ของทุกตำหนิที่พบ ตั้งค่ากล้องให้บันทึกวันที่ และเก็บไฟล์ต้นฉบับไว้ อย่าลบจนกว่าจะได้เงินประกันคืนครบ

  2. 2

    ถ่ายเลขมิเตอร์น้ำและไฟถ่ายให้อ่านตัวเลขได้ชัดในวันรับกุญแจ เพื่อยืนยันว่าไม่ต้องรับผิดชอบยอดค้างของผู้เช่าคนก่อน และใช้เทียบกับบิลเดือนแรก

  3. 3

    ทำบันทึกสภาพห้องร่วมกับเจ้าของเขียนรายการตำหนิที่พบทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ทั้งสองฝ่ายลงชื่อ แล้วเก็บคนละฉบับ แนบไว้กับสัญญาเช่า

  4. 4

    ทดสอบกุญแจและคีย์การ์ดทุกใบตรวจว่ากุญแจห้อง คีย์การ์ดเข้าอาคาร และบัตรจอดรถใช้งานได้จริงทุกใบ และรับมาครบตามจำนวนที่ระบุในสัญญา

  5. 5

    เก็บสำเนาสัญญาและหลักฐานการโอนเงินเก็บสัญญาที่เซ็นครบทั้งสองฝ่าย ใบเสร็จหรือสลิปโอนเงินก้อนแรก และบันทึกสภาพห้องไว้ในที่เดียวกัน ทั้งไฟล์ดิจิทัลและฉบับพิมพ์

วันย้ายออก ทำอย่างไรให้ได้เงินประกันคืนครบ

แจ้งย้ายออกล่วงหน้าตามระยะเวลาที่ระบุในสัญญา โดยทั่วไปคือ 30 วัน ทำความสะอาดห้องให้เรียบร้อย ล้างแอร์หากสัญญากำหนดให้เป็นหน้าที่ของผู้เช่า และนัดตรวจห้องพร้อมกันทั้งสองฝ่าย

ในวันตรวจ ให้นำภาพถ่ายชุดวันรับกุญแจมาเทียบทีละจุด สิ่งที่เสื่อมสภาพตามการใช้งานปกติ เช่น สีผนังซีดตามอายุ หรือรอยเท้าเฟอร์นิเจอร์บนพื้น ไม่ควรถูกหักจากเงินประกัน ส่วนความเสียหายที่เกิดจากผู้เช่าจริง เช่น กระจกแตกหรือผนังถูกเจาะ เป็นรายการที่หักได้ตามจริง

ควรทำบันทึกผลการตรวจในวันคืนห้องเป็นลายลักษณ์อักษรเช่นกัน ระบุว่ามีรายการใดถูกหักบ้าง จำนวนเท่าไหร่ และยอดเงินประกันที่จะได้คืนพร้อมกำหนดวันโอน

สรุป ตรวจให้ครบก่อนเซ็นคุ้มกว่าตามแก้ทีหลัง

การตรวจห้องอย่างละเอียดใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง แต่ป้องกันทั้งปัญหาการใช้ชีวิตระหว่างสัญญาและการถูกหักเงินประกันตอนย้ายออก จุดที่ห้ามข้ามคือแอร์ ระบบน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น และร่องรอยรั่วซึม ส่วนสิ่งที่สำคัญที่สุดคือถ่ายรูปทุกอย่างไว้ในวันรับกุญแจ

อ่านต่อเรื่องเอกสารและสัญญาที่ต้องเตรียม และค่าใช้จ่ายเช่าคอนโดทั้งหมด หรือเริ่มดูคอนโดให้เช่าในกรุงเทพฯที่ระบุทำเลและค่าเช่าไว้ครบทุกรายการ

บริการฝากขาย-ปล่อยเช่า

มีคอนโดอยากฝากขายหรือปล่อยเช่า?

ทีมงานโซนิค เรสซิเดนซ์ ดูแลให้ครบตั้งแต่ประเมินราคา ถ่ายภาพ ทำการตลาด จนถึงวันทำสัญญาเช่าหรือโอนกรรมสิทธิ์ ค่าคอมมิชชั่นจ่ายเมื่อขายหรือปล่อยเช่าสำเร็จเท่านั้น

ติดต่อฝากขาย-ปล่อยเช่า

คำถามที่พบบ่อย

ตรวจห้องก่อนเช่าคอนโด ต้องดูอะไรบ้าง

จุดสำคัญที่สุดคือระบบที่ซ่อมยากและมีค่าใช้จ่ายสูง ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ แรงดันน้ำและการระบายน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น เต้ารับไฟฟ้าทุกจุด และร่องรอยรั่วซึมบนฝ้าและผนัง ควรตรวจพร้อมถ่ายรูปทุกจุดที่มีตำหนิอยู่เดิม แล้วให้เจ้าของรับทราบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเซ็นสัญญา

ควรถ่ายรูปห้องตอนไหน เก็บไว้ทำอะไร

ถ่ายในวันรับกุญแจก่อนขนของเข้า ให้เห็นสภาพห้องว่างทุกมุม รวมถึงตำหนิเดิม เลขมิเตอร์น้ำและไฟ ภาพชุดนี้คือหลักฐานเปรียบเทียบในวันย้ายออก และเป็นสิ่งที่ป้องกันการถูกหักเงินประกันจากความเสียหายที่มีอยู่ก่อนแล้วได้ดีที่สุด

ถ้าเจอของเสียหลังเข้าอยู่แล้ว ใครรับผิดชอบ

ความเสียหายจากการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งานปกติเป็นภาระของเจ้าของ เช่น คอมเพรสเซอร์แอร์หมดอายุหรือเครื่องทำน้ำอุ่นชำรุดเอง ส่วนความเสียหายจากการใช้งานผิดวิธีหรือความประมาทเป็นภาระของผู้เช่า ควรแจ้งเจ้าของเป็นลายลักษณ์อักษรทันทีที่พบ พร้อมแนบรูปถ่าย

ตรวจห้องใช้เวลานานแค่ไหน ควรไปกี่ครั้ง

การตรวจอย่างละเอียดใช้เวลาประมาณ 30–45 นาทีต่อห้อง แนะนำให้ดูอย่างน้อย 2 ครั้งสำหรับห้องที่สนใจจริง ครั้งแรกดูภาพรวมและทำเล ครั้งที่สองไปในช่วงเวลาต่างกัน เช่น ตอนเย็นหรือวันธรรมดา เพื่อดูเสียงรบกวน แสงธรรมชาติ และการจราจรที่ต่างไปจากครั้งแรก

อัปเดตล่าสุด: กันยายน 2569ราคาและอัตราค่าธรรมเนียมเป็นข้อมูลโดยประมาณและอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบล่าสุดก่อนทำรายการ

กำลังมองหาคอนโดอยู่ใช่ไหม?

ดูคอนโดทั้งหมด